Deutschland online bookmaker http://artbetting.de/bet365/ 100% Bonus.

สะกดจิตพิชิตงานขาย

เพิ่มพลังจิตพิชิตงานขาย

                คนในแวดวงธุรกิจขายตรงแห่งหนึ่งได้มาขอคำปรึกษาและให้จัดฝึกอบรมให้แก่คนของ เขา  จัดมาได้หนึ่งปีแล้วปรากฏว่าได้ผลดีมาก  ช่วยลดต้นทุนในการจัดประชุมและฝึกอบรม  เพราะกว่าจะเชิญคนมาร่วมฟัง  จนกระทั้งซื้อสินค้า  สมัครสมาชิกและเป็นนักขายได้  ต้องลงทุนไม่น้อย  การอบรมด้วยการใช้เนื้อหาและทฤษฏีการใช้จิตใต้สำนึกสอดแทรกลงไปด้วย  ช่วยให้ผู้ที่เตรียมจะเป็นนักขายในระบบขายตรงตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ธุรกิจ นี้ง่ายขึ้น   และอัตราการล้มเลิกกลางคันลดลง            ที่เป็นอย่างนี้เพราะการได้รับข้อมูลได้ส่งต่อไปถึงจิตใต้สำนึก  ข้อมูลที่ได้รับจะเหมือนการเปลี่ยนหรือแก้นิสัย   ทดแทนทัศนคติเดิมด้วยทัศนคติใหม่   จากคนไม่ชอบงานขายให้หันกลับมาชอบ  จากคนอายและกลัวการปฏิเสธสามารถเปลี่ยนแปลงให้เป็นคนที่กล้าอย่างถูกต้องและ ไม่กลัวความล้มเหลว

                ก่อนหน้านี้เรามักเห็นการเชิญนักพูดผีปากกล้า  หรือไม่ก็ให้คนที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้มาเป็นผู้ฝึกอบรม   ซึ่งนักพูดได้แต่พูดเอามันพูดเอาสนุก  พูดจบแล้วก็แล้วกัน   คนฟังก็กลับบ้านไปนอนเอามือก่ายหน้าผากเหมือนเดิม    คนที่ประสบผลสำเร็จในธุรกิจนี้ก็ต้องบอกว่าอาจเป็นนักขายมืออาชีพ  แต่เขาคงเป็นนักพูดสมัครเล่น  และบางรายเป็นนักจิตวิทยาที่ใช้ไม่ได้เอาเลย   เพราะการพูดให้คนกลุ่มใหญ่ชอบและเห็นด้วยไม่ใช่การขายสินค้ากับคนใดคนหนึ่ง แน่ ๆ โดยเฉพาะคนฟังมีหลายอาชีพ  และระดับการศึกษา  การเอาชาวบ้านมาพูดให้คนมีการศึกษาฟังกับการเอาคนมีการศึกษามาพูดให้ชาวบ้าน ฟัง  อาจมีผลล้มเหลวพอกัน  เพราะคนที่มีการศึกษาสูง  ก็จะมีอัตตาสูงด้วย  กลับเป็นคนยอมรับอะไรยากกว่า

                ปัจจุบันก็มีความพยายามที่จะเอาแนวคิดด้านจิตใต้สำนึกมาใช้ในการฝึกอบรมมาก มาย  แต่คนที่นำหลักสูตรไปใช้ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนรู้จริง  อาจเคยไปอบรมมา 2-3 วันก็มาคิดหลักสูตรทำมาหากานหลอกเอาสตางค์นักธุรกิจ   บางคนอาศัยความเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย  อาศัยความเป็นหอมทำมาหากินเป็นล่ำเป็นสันทั้ง ๆ ที่ไม่รู้เรื่องจิตใต้สำนึกเลย  ทำอภินิหารให้คนตื่นเต้นแล้วก็ไม่อธิบายว่าทำได้ยังไง   จะเกิดประโยชน์อะไร  และนำไปประยุกต์ใช้ในเรื่องใดได้  เช่นการตัดตะเกียบ  งอช้อนงอส้อม  อย่างนี้ก็ไม่ต่างจากนักมายากลหากินบนความไม่รู้ของคนอื่น ๆ

                แนวคิดใหม่ในการฝึกอบรมที่ลอกเอาทฤษฎีจิตใต้สำนึกมาใช้อย่างงู ๆ ปลา ๆ อย่างเช่นการฝึกให้คนใช้จินตนาการเห็นถึงชีวิตตัวเองย่างที่วาดหวังไว้   การให้รู้สึกซาบซึ้งในการชีวิตและพระคุณของพ่อแม่บังเกิดเกล้าให้ร้องห่ม ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรซึ่งไร้สาระสิ้นดี   วิธีการเหล่านั้นไม่ต่างจากวิธีการพูดเดิม ๆ ที่เสริมการแสดงหรือแต่งหน้าทาปากเพิ่ม  ย่อมสื่อสารกับจิตใต้สำนึกตัวองไม่ได้  และย่อมแนะนำหรือชักจูงคนอื่นให้สื่อสารกับจิตใต้สำนึกของเขาไม่ได้เช่นกัน  เหมือนเด็ก ๆ เล่นขายของ   คือเห็นจริงว่ามีการขายของกันแต่เป็นแบบเล่น ๆ เป็นแบบหลอก ๆ ไม่มีผลตรงตามหลักวิชาการ  แต่ถ้าถามว่าได้ในแง่จิตวิทยาไหม  ย่อมได้อย่างแน่นอน  ทำให้คนที่มาร่วมประชุมรู้สึกทึ่ง  รู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสเข้าร่วมประชุม  รู้สึกอยากเป็นอย่างที่ได้ฟัง   แล้วันเวลาที่ผ่านไปก็จะทำให้เขาค่อย ๆ ลืม  เหมือนดูภาพยนตร์ที่ประทับใจเรื่องหนึ่ง  อย่างนี้ถือว่าไม่มีผลในทางบำบัด

                ลำดับขั้นตอนการบำบัดทางจิตวิทยามี  3  ระดับ  คือ  1.  บำบัดด้วยยาให้ฤทธิ์ยากดหรือระงับหรือกล่อมประสาท    2.  บำบัดด้วยการใช้เหตุผลที่เรียกว่า  PSYCHO  COUNCELLING   หรือไม่ก็ด้วยสัมผัสบำบัด  สัมผัสบำบัดในที่นี้ไม่ใช่การสัมผัสด้วยอวัยวะร่างกาย  เรียกตามภาษอังกฤษว่า  (CONTACTHERAPY)  อะไรก็ได้ ทั้งการพูดจา   สีหน้า  แววตาใช้มือโอบอุ้ม  ฯลฯ   ถือเป็นการสัมผัสบำบัดทั้งหมด  3.  บำบัดด้วยการสะกดจิต  เพราะเป็นที่ยอมรับว่าอาการบางอย่าง  เช่น  โรคซึมเศร้าความกลัวฝังใจ  ในหลายรายแก้ไม่ได้ด้วยยาและด้วยการใช้เหตุผล  คนบางคนยังคงกลัวแมว  ยังคงกลัวแมลงเล็ก ๆ กลัวสิ่งที่ไม่น่าจะเป็นอันตราย  ทั้งที่ถ้าถามด้วยเหตุผลว่ามีอะไรน่ากลัว  เขาตอบไม่ได้  และไม่อาจเลิกอาการกลัวได้  แนวคิดในเชิงเดียวกันนี้เอามาอธิบายเรื่องของทัศนคติได้  คนบางคนชอบขายของ  บางคนไม่กลัวความล้มเหลวและไม่หน้าบางจนเกินไปที่จะชักชวนใครให้ซื้อของและ ไม่ย่อท้อต่อการปฏิเสธ  ในขณะที่บางคนขยาดขนาดขอกินขี้แทนก็ยอม   เราก็เปลี่ยนทัศนคตินั้นได้ด้วยการสะกดจิต   ก็ทำไมเล่าครับ  ในเมื่อการสะกดจิตทำให้คนติดยาบ้าให้เลิกได้   ทำให้คนกินไม่หยุดให้เลิกกินได้  ทำให้คนจิตใจซึมเศร้าหันมามีชีวิตชีวาได้  แล้วทำให้คนเปลี่ยนทัศนคติเป็นเป็นคนชอบขายอยากขายและอยากรวยด้วยการขายตรง ทำไมจะทำไม่ได้

Download Template Joomla 3.0 free theme.