Deutschland online bookmaker http://artbetting.de/bet365/ 100% Bonus.

วิธีการประเมินความต้องการขององค์กรในการฝึกอบรม

กำหนดขอบเขต
1. ปรัชญาที่ใช้ในการประเมินความต้องการขององค์กร
2. วิธีการประเมินความต้องการขององค์กร
3. ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประเมิน


1. ปรัชญาที่ใช้ในการประเมินความต้องการขององค์กร
ปรัชญาที่ใช้ในการประเมินความต้องการขององค์กรในการฝึกอบรมมีความจำเป็นอย่างยิ่งใน


การแสวงหาวิธีการประเมินความต้องการขององค์กร เพราะองค์กรแต่ละองค์กรมีลักษณะทางกายภาพ วัฒนธรรมประเพณีและเป้าหมายแตกต่างกัน การเลือกปรัชญาที่ถูกต้องเหมาะสมจึงจะทำให้แสวงหาวิธีการประเมินความ
ต้องการขององค์กร
ที่ถูกต้องเหมาะสมได้ ทั้งในแง่วิธีการ เนื้อหา กลวิธี และผลที่คาดว่าจะได้รับ
องค์กรย่อมต้องการพนักงานที่มีลักษณะของ Self
Actualization การมีพนักงานในลักษณะดังกล่าว จำเป็นต้องปลูกฝังทัศนคติ
ค่านิยม และการเห็นคุณค่าในตนเอง เพราะมนุษย์เป็นองค์ประกอบสำคัญใน
องค์กรต้องการพนักงานที่มีคุณลักษณะดังนี้ คือ
? ตระหนักในคุณค่าของตนเอง
? มีความต้องการเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
? เข้าใจและยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับองค์กร
? มีความซื่อสัตย์ มีคุณธรรม เชื่อมั่นในตนเองและสิ่งที่สัมพันธ์กับตนเอง
องค์กรพบว่าแนวคิด ?คิดเป็น? สอดคล้องกับคุณลักษณะที่องค์กรต้องการ
?ความเชื่อพื้นฐานและเป้าหมายของการคิดเป็น ประกอบด้วยความเชื่อพื้นฐาน คือ
1. มนุษย์ทุกคนต้องการความสุข
2. การใช้ข้อมูล 3 ประเภทพร้อมกันประกอบการแก้ปัญหา คือ
? ข้อมูลประเภทตนเอง
? ข้อมูลประเภทสังคมและสิ่งแวดล้อม
? ข้อมูลประเภทวิชาการ
3. การคิดเพื่อแก้ปัญหา
4. อิสรภาพและการตัดสินใจกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง? (อุ่นตา นพคุณ 2528)

2. วิธีการประเมินความต้องการขององค์กร
องค์กรที่ต้องการการประเมินคือ บริษัท ไซโคแมนเนจเม้นท์ จำกัด การประเมินมีดังนี้
? ประเมินอย่างเป็นทางการ วิธีการคือ
1. แบบทดสอบความรู้ทั่วไป เพื่อวัดความพร้อมทางความรู้ความสามารถในการทำงาน
2. แบบทดสอบทัศนคติ เพื่อวัดแนวคิด ทัศนคติและโลกทัศน์ของพนักงาน
3. แบบทดสอบความมีวินัยในตัวเองของพนักงาน เพื่อวัดทัศนคติ ความคิดเห็นในการทำงานร่วมกัน การมีกฎระเบียบวินัยในสังคมและในการทำงานร่วมกัน
? ประเมินอย่างไม่เป็นทางการ วิธีการคือ
1. จากการสังเกตการปฎิบัติงาน การใช้ชีวิต การแต่งกาย การพูดจา
2. จากการสอบถามพูดคุยด้วยใช้คำถามปลายเปิดแบบไม่ให้รู้ตัว
3. จากการวัดด้วยการสังเกตประสิทธิภาพและประสิทธิผลโดยรวมของ
การทำงานของพนักงาน
4. จากการวัดด้วยการสังเกตการพัฒนาความสามารถและความคิดสร้างสรรค์
ของพนักงานใน

การทำงาน
5. จากการวัดด้วยการสังเกตการลางาน การมาสาย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัยในการทำงาน
3. ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประเมิน
ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการประเมิน ทำให้สามารถเลือกเทคนิค วิธีการ และหัวข้อในการจัดการฝึกอบรมพนักงาน เมื่อสามารถประเมินความต้องการของแต่ละคนได้ ซึ่งมีวิธีการและเทคนิคที่องค์กรจะนำมาใช้ ดังนี้
1. Subliminal Self ? Help Training
คือการใช้สภาวะจิตใต้สำนึก เพื่อปรับปรุงคุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ของแต่ละบุคคล เช่น โปรแกรมที่ช่วยลดความเจ็บปวด, ให้เลิกบุหรี่, ฝึกความจำ, ลดน้ำหนัก, ฝึกการอ่านเร็ว, สร้างความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นต้น วิธีการที่ใช้คือ ให้ฟังเสียงจากเทป ซึ่งอาจเป็นเสียงดนตรีเบาๆ หรือเสียงคลื่นทะเล เสียงนกร้อง เป็นต้น
2. Mental Practice
เป็นการฝึกฝนทางด้านจิตใจ เป็นการฝึกซ้อมการปฏิบัติงาน โดยไม่มีการเคลื่อนไหวทางด้านกายภาพ เพียงแต่เป็นการคิดในใจว่างานนี้ต้องทำอย่างไรบ้าง กำหนดกระบวนการทำงานในใจ โดยไม่ได้ลงมือปฏิบัติจริง
วิธีการแบบนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคคลได้ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะช่วงเวลาของการฝึกคิดกับการลงมือกระทำจริง และระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกคิดในใจเป็นวิธีการฝึกที่เหมาะสมสำหรับงานที่มี อันตรายสูง ไม่สามารถลงมือปฏิบัติได้จริงๆ ต้องใช้การฝึกซ้อมคิดในใจ
3. Meditation
การทำสมาธิ เป็นการฝึกโดยให้คนนั่งหรือนอนเงียบๆ ในท่าที่สบาย มีสมาธิ หรือจิตใจจดจ่ออยู่กับการหายใจเข้าออก อาจกล่าวคำหรือข้อความสั้นๆ ไปพร้อมกันด้วยก็ได้เป็นเทคนิคช่วยให้เกิดการผ่อนคลายของจิตใจ เพื่อจัดการกับปัญหาความตึงเครียด, ความวิตกกังวล และความเมื่อยล้า เป็นการกำกับจิตใจการรับรู้ของคน เพื่อช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น
4. Neurolinguistic Programming หรือ NLP
เป็นระบบวิธีการและขั้นตอนที่ช่วยให้คนเราสื่อสารกับคนอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยการใช้หรือปรับวิธีการสื่อสารของเราให้ตรงหรือเข้ากันได้กับวิธีที่ผู้อื่นชื่นชอบ เช่น การบังคับสายตาของเราให้สบตากับคนฟัง จะทำให้เราประสบความสำเร็จในการสื่อสารกับคนอื่นได้ เราสามารถสื่อสารได้ 3 วิธี คือ (1) ให้ความสำคัญที่สายตา (2) ให้ความสำคัญกับเสียง (3) ให้ความสำคัญกับความรู้สึก (C.W.Von Bergen,Borlow Soper. Gary T. Rosen thal, Lamar V. Wilkinson, วีณา อ่องแสงคุณ, 2546)


เอกสารอ้างอิง
1. วีณา อ่องแสงคุณ, C.W.Von Bergen,Borlow Soper. Gary T. Rosen thal, Lamar V. Wilkinson Selected Alternative Training Techniques in HRD, 2546
2. อุ่นตา นพคุณ คิดเป็น กรุงเทพ 2528.

Download Template Joomla 3.0 free theme.