Deutschland online bookmaker http://artbetting.de/bet365/ 100% Bonus.

คิดกับจินตนาการไม่เหมือนกัน

ความสับสนในเรื่องของจินตนาการอีกประการหนึ่งก็คือ อะไรคือจินตนาการ  เหมือนเราอธิบายความเปรี้ยว ถ้าถามว่า เปรี้ยวแบบไหน อร่อยกว่ากัน เปรี้ยวของสิ่งต่อไปนี้ไม่เหมือนกันสักอย่าง น้ำส้มสายชู มะนาว ส้ม มะขาม แอปเปิ้ล มะม่วง แครนเบอรี่ มังคุด อัพปริคอต ฯลฯ คนนั้นคงต้องเคยลิ้มรสเหล่านั้น ถึงจะรำลึกได้ ว่าเปรี้ยวอย่างไหนคืออะไร และหาคำตอบด้วยตัวเอง ว่าเปรี้ยวแบบไหนถึงอร่อย

                การคิดหรือการจินตนาการก็เป็นขบวนการที่ใช้สมองเหมือนกัน แต่สภาวะและความรู้สึกต่างกัน นอกจากนี้ ระดับของการคิดและจินตนาการด้วยตัวของมันเองก็ยังต่างกันอีกในหลายระดับ พอจะแยกแยะได้ จากขั้นที่หนาแน่นและหนักที่สุด ไปถึงขั้นที่บางและเบาที่สุด ดังนี้

  1. หมกมุ่น  ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองอย่างมาก แต่เป็นการใช้สมองเพื่อการใดการหนึ่ง  ขาดความสามารถหรือปิดกั้นการคิดอย่างรอบด้าน
  2. ฟุ้งซ่าน ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองอย่างมาก และเป็นการใช้สมองเพื่อพยายามขุดคุ้ยแง่มุมที่ไม่มีอยู่ของสิ่งที่คิด หรือพยายามเพิ่มแนวทางที่ไม่มีอยู่จริงในความคิด ใช้ความมีเหตุมีผลน้อย ขณะเดียวกันก็มีการใช้จินตนาการสูงมากพร้อมกันไป
  3. ขบคิด ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองอย่างมาก แต่เพิ่มความสามารถในการคิดอย่างรอบด้าน มีการใช้เหตุและผลร่วมด้วย
  4. ครุ่นคิด ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองอย่างมาก แต่เป็นการคิดเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ในแนวความคิดเดิม ยังคงความสามารถในการคิดให้รอบด้านอยู่
  5. ใคร่ครวญ ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองอย่างมาก แต่เป็นการใช้สมองเพื่อการใดการหนึ่ง  และเป็นการใช้สมองในเรื่องหนึ่งๆเพื่อค้นหาคำตอบในมุมอื่นๆ มีการใช้เหตุและผลมากกว่า
  6. ไตร่ตรอง ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองอย่างมาก แต่ในสภาวะที่ผ่อนคลายกว่า ใช้ค้นหาแง่มุมเพิ่มเติมในสิ่งเดิม และความสามารถในการคิดอย่างรอบด้านมีมากกว่า มีการใช้เหตุและผลมากที่สุด
  7. คิด ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองพอสมควร ในเรื่องทั่วๆไป ในหลายๆสภาวะ
  8. คิดค้น ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองในระดับหนึ่ง ในชั้นนี้นอกจากการเพิ่มความสามารถในการคิดให้รอบด้านแล้ว ยังเพิ่มความสร้างสรรค์เข้าไปด้วย
  9. นึก หรือนึกคิด ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองพอสมควร ในเรื่องทั่วๆไป ในหลายๆสภาวะ ในชั้นนี้ เพิ่มความสร้างสรรค์และมีการกำหนดเป้าหมายและคาดการณ์ถึงผลไว้แล้ว
  10. วาดฝัน ให้ความรู้สึกเหมือนการใช้สมองพอสมควร ในภาวะที่ผ่อนคลายกว่า และเพิ่มความสร้างสรรค์มากกว่า และมีการกำหนดเป้าหมายและคาดการณ์ถึงผลไว้แล้ว
  11. เพ้อฝัน ให้ความรู้สึกเหมือนใช้สมองน้อยมาก และเป็นคนละมุมกับการใช้เหตุและผล อยู่ในภาวะที่ผ่อนคลายสูงจนถึงขั้นเคลิบเคลิ้ม แต่มีการกำหนดเป้าหมายและคาดการณ์ถึงผลไว้แล้ว
  12. จินตนาการ ให้ความรู้สึกเหมือนใช้สมองพอประมาณ อยู่ในภาวะผ่อนคลายสูงจนถึงเคลิบเคลิ้ม ปฏิเสธการใช้เหตุและผล มีการกำหนดเป้าหมายแต่ไม่คาดการณ์และไม่มุ่งหวังผล
  13. ภวังค์  ให้ความรู้สึกเหมือนใช้สมองและจิตสำนึกน้อยที่สุดจนถึงหยุดโดยสิ้นเชิง เป็นภาวะเคลิบเคลิ้มอย่างสูง เป็นการปลดปล่อยจิตใต้สำนึก ควบคุมร่างกายน้อยที่สุดจนถึงไม่ควบคุมเลย ปล่อยให้มโนทัศน์เกิดขึ้นและดับไปเองตามกลไกของจิตใต้สำนึก

การจินตนาการกับการคิดจึงห่างไกลกันมาก คนที่จินตนาการได้ดี จะเคลิบเคลิ้ม มีความสุข เนื่องจากภาวะผ่อนคลายสูง นอกจากนี้ยังไร้กรอบและขอบเขตในการใช้สมอง เกิดความสร้างสรรค์อย่างสูง เพราะปฏิเสธการใช้เหตุและผล ขณะเดียวกันความผ่อนคลายก็จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นการปลดปล่อยกลไกของสมองให้ลื่นไหลไปสู่เป้าหมายอย่างเป็นธรรมชาติ โดยอัตโนมัติ โดยไม่มีการติดขัดหรือควบคุมบังคับ เพราะปราศจากการคาดการณ์หรือมุ่งหวังผล

เราอาจพูดด้วยภาษาง่ายๆว่า การคิดคือ ใช้สมองมากๆ อิงกับความจริงที่สัมผัสได้หรือความมีเหตุมีผลมาก เช่น คนจะลอยไม่ได้ คนจมน้ำก็ต้องตายเพราะหายใจไม่ออก

การใช้จินตนาการคือ การใช้สมองอย่างผ่อนคลายมากๆ ไม่คำนึงถึงเหตุและผลหรือความจริงที่สัมผัสได้ ปล่อยให้จินตนาการเป็นนายของสมองและร่างกาย ล่องลอยไปที่ไหนก็ได้ ดำดิ่งลึกขนาดไหนก็ได้ เห็นช้างสีชมพู เห็นตัวเองล่องลอยอยู่ในอวกาศก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือผิดปกติ ขณะเดียวกัน ก็ไม่บังคับหรือควบคุมว่า มโนภาพที่เกิดขึ้นจะต้องเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้น

ในขณะที่ภาวะภวังค์เป็นภาวะที่ลึกล้ำกว่าจินตนาการ แต่เราจะไม่เริ่มต้นที่ภวังค์ เพราะสภาวะนี้เป็นสภาวะที่นิ่ง ว่าง และปล่อยวาง จึงไม่เหมาะแก่คนที่ต้องการให้ข้อมูลกับจิตใต้สำนึกเพื่อการใดการหนึ่ง ภาวะนี้มักใช้ในการดึงข้อมูลออกมาจากจิตใต้สำนึก

แต่ถ้าเราผ่อนคลายตัวเองด้วยการสร้างจินตนาการ โดยป้อนข้อมูลแก่จิตใต้สำนึกไปก่อนหน้าแล้ว การที่จะเผลอไผลปล่อยให้หลุดเข้าสู่ภาวะภวังค์ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะข้อมูลเหล่านั้นไปสู่จิตใต้สำนึกแล้วตั้งแต่ช่วงของการจินตนาการ

การนำพาตัวเองสู่ภาวะภวังค์ก็เหมือนพาตัวเองไปพักผ่อนทั้งร่างกาย จิตใจและจิตวิญญาณอย่างลุ่มลึก เมื่อคลายออกมาจากภวังค์ก็จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างสูงสุด และรู้สึกเหมือนนอนเต็มอิ่ม

Download Template Joomla 3.0 free theme.