Deutschland online bookmaker http://artbetting.de/bet365/ 100% Bonus.

เจตคติเชิงรุก

สมัยนี้เราได้ยินกันบ่อยกับคำว่า”เจตคติเชิงบวก คิดเชิงบวก คิดในแง่ดี Positive thinking” ทุกคำมีความหมายเดียวกัน แต่ต้องเข้าใจคำจำกัดความที่ถูกต้องและสอดคล้องกัน เพราะการคิดเชิงบวกหรือคิดแง่ดีของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน และไม่รองรับการ”สั่งจิตให้รวย” เพราะคิดบวกมีทั้งคิดเชิงรุก(Progressive thinking) และคิดเชิงรับ(Passively positive thinking) นอกจากนี้ก็มีคิดบวกแบบใช้อารมณ์ความรู้สึกอีกด้วย อันนี้ผมเรียกว่าคิดบวกแบบไร้สาระ (Destructively positive thinking)

มองโลกในแง่ดี อย่างคำว่า“ไม่เป็นไร ยังไงก็ได้ รอหน่อย พอก็ได้ ได้แค่นี้ก็ดี(ตาย_า) As good as it gets” เป็นการคิดเชิงบวก แต่หนักไปทางสงบ สันโดษ ไม่เรื่องมาก เป็นแนวคิดแบบรอคอยและตั้งรับ โดยความจริงแล้วความหมายเหล่านี้ดี ไม่เครียด สบายใจ คนไม่เกลียด ไม่เหนื่อยสงบและมีความสุข และดูเหมือนไม่มีการตั้งเป้าหมาย คิดแบบนี้ก็มีความสุข และดูเป็นคนดีในสายตาคนอื่นๆซึ่งไม่เกี่ยวกับการรวย  ผมเรียกว่าแนวคิดเชิงบวกแบบตั้งรับ

 ถ้าคุณรอรถเมล์อยู่ริมถนน แล้วเห็นวัยรุ่นหน้าตาดีดูน่าเชื่อถือ มาขอยืมเงิน 20 บาท บอกว่าเอาไปนั่งรถกลับบ้านเพราะหลงทาง คุณจะให้ไหม หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์เราไปแถวนั้นอีก ก็เห็นวัยรุ่นคนเดียวกันเดินขอยืมเงินคนอี่นอยู่ เราเอะใจก็แอบเดินตาม ปรากฏว่าในเวลาเพียง 15 นาทีมีคน 3 คนที่ให้เงิน แม่ค้าที่ยืนขายของอยู่ข้างทางก็กระซิบกับคุณว่า เด็กวัยรุ่นคนนี้มายืนขอยืมเงินอย่างนี้ทุกวัน วันหนึ่งได้เงินประมาณพันกว่าบาท คุณจะเสียความรู้สึกไหม

บางคนก็ว่าอย่าคิดมาก ให้เงินไปเราสบายใจเป็นใช้ได้ มันไม่ยังงั้นนะสิ ลองสมมุติว่าเขาได้เงินเดือนละ30,000 บาท คิดว่าเขาจะมีใจคิดอ่านไปทำมาหากินอย่างอื่นหรือเปล่า เงินที่ได้มาง่ายๆอย่างนี้เขาจะเอาไปทำอะไร คิดว่าจะมีอย่างแบบหนังน้ำเน่าหรือ ที่แม่ป่วยพ่อก็ติดคุก ต้องเลี้ยงลูกๆ 3 ชีวิต

ถ้าเพื่อนบ้านที่รู้พฤติกรรม เรียนจบปริญญาตรี เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยเงินเดือนยังไม่ถึงแปดพันบาท คงคิดว่าสังคมอย่างนี้คนดีมีชีวิตอยู่เหมือนสุนัข ส่วนคนมักง่ายสบายใจเฉิบ(ถ้าอ่านถึงตรงนี้คุณคิดถึงเรื่องเวรกรรม ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เราทำทานแล้วเป็นใช้ได้ละก็ ให้ปิดหนังสือเล่มนี้ได้ อย่าอ่านต่อไปอีก เพราะความรวยความจนอยู่ที่เวรกรรมเหมือนกัน ที่คุณจนอยู่ทุกวันนี้ชาติที่แล้วคงทำชั่วไว้มาก อย่าคิดดิ้นรนให้เหนื่อยต่อไปเลย)

เรื่องดวง บุญกุศล เวรกรรม หรือศาสนาผมจะอธิบายกลไกของมันในบทต่อๆไป ระลึกไว้ตรงนี้ว่าสิ่งเหล่านั้นจะไม่ช่วยให้เรารวย ถ้าเราอยากจะรวย เราก็คงเป็นได้แค่คนดีที่จนๆ แต่องค์ประกอบที่จะทำให้รวยได้ ต้องคิดเชิงรุก  ถ้ารับทราบแล้วกรุณาอ่านต่อไป

เพื่อนบ้านข้าราชการคนนั้นก็จะหาช่องทางที่จะรวยได้จากอาชีพราชการ ก็คงต้องไปโกงกิน ไปทำเรื่องง่ายให้ยากเพื่อมีโอกาสรับเงินรับทอง และผลก็จะสะท้อนมาถึงพวกเราทุกคนอยู่ดี

กลับไปที่วัยรุ่นมักง่ายคนนั้น คุณว่าเขาจะสอนลูกๆให้โตเป็นผู้ใหญ่และประกอบอาชีพแบบไหน ทุกคนในสังคมก็ต้องร่วมรับกรรมอันนั้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเคยให้เงินหรือไม่ เงินภาษีที่คุณจ่าย แทนที่จะเอาไปช่วยอาชีพและธุรกิจการค้าของคุณให้เจริญขึ้น กลับต้องเอามาแก้ปัญหาเหลวไหลเหล่านี้ ชีวิตของทุกคนรวมถึงชีวิตคุณก็จะไม่มีทางดีขึ้น เพราะถ้าสังคมที่คุณอยู่ มีแต่คนคิดเอาเปรียบ มักง่ายและไม่ยอมดิ้นรน คุณคิดดี อยู่ดี ทำดีของคุณคนเดียวแบบของคุณ คุณจะอยู่ในสังคมอย่างนี้ได้อย่างไร

เจตคติเชิงบวก(Positively positve thinking) ที่แท้จริงต้องเป็นคำเหล่านี้  และจำเอาคำเหล่านี้ไปพูด ไปท่อง ไปจำทุกเวลาที่มีโอกาส ยิ่งมากยิ่งดี หรือตลอดเวลาได้ยิ่งสุดยอด จนคำพูดอย่างอื่น ของคนอื่นๆหายไปจากสมองของเรา

ถึงจะยาก ก็จะทำให้ได้

คนอื่นทำได้ ฉันก็ต้องทำได้

ทุกอย่างเป็นไปได้เสมอ เมื่อเราพยายาม

ถ้าไม่เริ่มก็ไม่มีวันได้ทำต่อ

ฯลฯ

บางทีก็มีคำโต้แย้งว่า คิดเชิงบวกอย่างนี้ ก็เหมือนคิดฟุ้งซ่าน คิดลมๆแล้งๆ คิดเกินความจริง การคิดเชิงบวกอย่างเดียวจึงยังไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นเราให้ไปถึงเป้าหมาย ที่ต้องการได้

 เจตคติเชิงรุกก็คือ คิดทุกแง่มุม คิดด้วยเหตุผล อะไรยอมได้ก็ต้องยอม อะไรยอมไม่ได้ต้องไม่ยอม ที่จำเป็นก็ต้องทำ และเพิ่มการคิดไปข้างหน้าด้วยคือไม่ย่ำอยู่กับที่ (ผมใช้คำอังกฤษว่า Progressive thinking โดยไม่ใช้คำ Active ร่วมด้วย เพราะมีความหมายทำนองว่ากระตือรือร้นที่จะคิดแง่บวก ซึ่งไม่ตรงกับ เจตคติเชิงรุก)

การตั้งเป้าหมายชีวิต ก็คือการตั้งเป้าหมายการทำงานเป็นหลายๆระยะ และต้องวัดผลสำเร็จได้ทีละขั้น เวลาเราตั้งเป้าหมายให้งานอย่างนั้นอย่างนี้เสร็จภายในวันนั้นวันนี้ เป้าหมายนั้นต้องอุดมไปด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์หรือความอยากไม่อยาก ชอบไม่ชอบ ต้องดูว่าด้วยระยะเวลา เงินทองและสติปัญญาเท่าที่เรามีอยู่ในปัจจุบันแล้วมันเป็นไปได้หรือเปล่า และเราได้เตรียมตัวเตรียมการให้มันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

ถ้าคิดอยากจะนั่งเบนซ์ สักคัน ภายใน10 ปีข้างหน้า แล้วเอาแต่ฝัน วันนี้มีเงินเดือนแค่หมื่นเดียว ความรู้ก็มีเฉพาะที่ทำงานเป็นลูกจ้างเขา ไม่ได้รู้อะไรพิเศษหรือที่พอจะแปรออกมาเป็นเงินเป็นทองได้ เงินทุนก็ไม่มี  ที่ทางมรดกก็ไม่เคยได้รับ อย่างนั้นเรียกฟุ้งซ่าน ไม่ใช่เป้าหมายชีวิต ไม่ใช่คิดแง่บวก และไม่ใช่เจตคติเชิงรุก จงฝันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ และอยู่อย่างคนจนๆต่อไปเถิด

Download Template Joomla 3.0 free theme.