Deutschland online bookmaker http://artbetting.de/bet365/ 100% Bonus.

คิดบวก

มีสุภาพสตรีคนหนึ่งมาอบรมกับผม บ่นว่าเป็นไมเกรนตั้งแต่สาว ตอนนี้สี่สิบกว่าก็ยังเป็นอยู่ ตอนหนึ่งของการอบรม ผมบอกว่า”คนเรามักจะเป็นอย่างที่เรามักจะคิด” เพราะจิตใต้สำนึกจะรับเอาความคิดนั้นมา และกระตุ้นให้เราเป็นไปตามนั้น

                คนที่เกิดมาในครอบครัวที่พ่อแม่ไม่เคยให้กำลังใจ คนที่บ้านหัวเราะเยาะ เพื่อนบ้านหรือครูอาจารย์เหยียดหยาม ก็จะมีพฤติกรรมเป็นคนเครียดง่าย เก็บกด ขี้โมโห ท้อแท้ ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง คนพวกนี้ก็จะกลัวความสำเร็จ คือเมื่อตั้งท่าจะทำอะไรสักอย่าง ก็จะกลัวไปก่อนว่าคงไม่สำเร็จ คงเหนื่อยเปล่า แล้วก็เลิกทำตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม หลายคนก็เลิกเอาตอนที่ทำไปได้สักพักแล้วก็เจออุปสรรคเล็กๆน้อยๆ

                คนที่เกิดมา ที่บ้านเลี้ยงดูอย่างดี ไม่พบความลำบาท เลี้ยงเป็นคุณหนูคุณชาย พวกนี้ก็จะผิดหวังไม่เป็น อยู่ในโลกของความสมบูรณ์ เมื่อไหร่เจออุปสรรค เจอความผิดหวังก็จะทนไม่ได้ ทำร้ายตัวเอง ฆ่าคนอื่นอย่างที่เราเห็นเป็นข่าวกันอยู่

                คนที่เกิดมา พ่อแม่เลี้ยงดูตามสมควร เจอความผิดหวังบ้าง แต่พ่อแม่ให้เหตุผลที่ดี สอนอย่างเหมาะสม ตามใจพอควรและขัดใจบางจังหวะด้วยความมีเหตุผล คนพกวนี้ก็จะโตอย่างผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล มองโลกในแง่ดี ให้อภัยกับสิ่งต่างๆรอบตัว

                สิ่งที่ได้รับการเลี้ยงดูปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก ก็จะกระตุ้นให้เราเป็นคนอย่างนั้น ทำให้เราเคยชิน เพราะเป็นนิสัยของเรา นิสัยอันนี้ก็จะเป็นบันไดพาเราไปสู่การเป็นผู้ใหญ่ตามมา คือ ถ้าถูกเลี้ยงไม่ดี ทำให้มีนิสัยท้อแท้ขี้กลัวและไม่กล้าแสดงออก คนพวกนี้ก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมคล้ายคนมีปัญหา มีลูกก็จะถ่ายทอดลักษณะอย่างนั้นให้กับลูก แก่ตัวลงก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหา

                ถ้าเราถูกปลูกฝังมาดีอย่างมีเหตุผล ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล ยอมรับสภาพ ยอมรับปัญหา ไม่คาดหวังอะไรมากไป และไม่ผิดหวังกับอะไรมากไป จะไม่รู้สึกตื่นเต้นหรือมีอารมณ์จัดกับสภาพแวดล้อมรอบตัวเอง นิสัยวิตกกังวลหรือระวังอยู่เสมอก็จะไม่เกิด

                สุภาพสตรีท่านนั้นได้ฟังก็บอกว่า ถ้ายกตัวอย่างเรื่องของเธอ ก็จะทำให้รู้ว่า ทำไมเธอถึงปวดหัวไมเกรน เพราะตอนสาวๆมีมรสุมชีวิต ทำให้เครียดและคิดมาก นอนไม่หลับบ่อยๆ หลังจากนั้นก็ปวดหัวอยู่เรื่อย ปวดหัวเกือบทุกวัน

ตั้งแต่นั้นมาก็กลายเป็นเหมือนคนวิตกจริต คือตื่นเช้าขึ้นมาสิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นในสมองก็คือ กลัวว่าวันนี้จะปวดหัว ตื่นขึ้นมาแล้วอาบน้ำแต่งตัวกินข้าว ว่าจะออกจากบ้าน ก็คิดมากอีก ว่าออกจากบ้านแล้วจะปวดหัวเมื่อไหร่        คิดวนเวียนอย่างนี้ทั้งวัน ก็เลยปวดหัวไมเกรนทุกวันตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอบอกว่ารู้แล้วว่าจะไปจัดการกับตัวเองอย่างไร

หลังจากนั้นอีก2 – 3 สัปดาห์ เธอโทรศัพท์มาเล่าให้ฟังว่า ปวดหัวน้อยลงตั้งแต่สัปดาห์แรกหลังจากมาอบรม เพราะเธอบอกกับตัวเองก่อนนอนและเมื่อตื่นนอนใหม่ๆว่า “นับจากวันนี้เป็นต้นไป อาการปวดหัวหายไปแล้ว หายไป หายไป หายไป” แต่ก็ยังมีปวดหัวอยู่และก็กินยาตาม แต่หายปวดหัวเร็วขึ้น

เธอเล่าต่ออีกว่า สัปดาห์ที่2 เธอทดลองไม่กินยาแก้ปวดหัว ก็ปรากฎว่าอาการปวดหัวก็หายไปเองหลังจากนั่งสงบสติอารมณ์ ทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง และสั่งจิตตัวเองสู้อาการปวดหัว พอสัปดาห์ที่ 3 ไม่ปวดหัวเลยมา 5 วันแล้ว แค่นี้สำหรับเธอก็เป็นเรื่องอัศจรรย์แล้ว เพราะเธอจะต้องปวดหัวทุกวัน มากบ้างน้อยบ้าง

อย่างนี้เธอก็ยิ่งมีกำลังใจ และเชื่อมั่นว่าการคิดบวกนี่ให้ผลดีจริง และการที่”คนเรามักจะเป็นอย่างที่เรามักจะคิด” ก็เป็นเรื่องจริง เธอยังบอกว่าไม่อยากจะเชื่อ ว่าปัญหาที่เธอเคยบอกกับตัวเองว่า สงสัยต้องกินยาแก้ปวดหัวไปตลอดชีวิต กลับหยุดยาได้ภายใน 2 สัปดาห์เท่านั้นเอง

เราอาจจะถูกเลี้ยงมาดีเกินไป จนยอมรับความผิดหวังไม่ได้ หรือเราอาจจะถูกเลี้ยงแบบทิ้งๆขว้างๆ หรือมีประสบการณ์โหดกับชีวิต อย่างไรเหตุการณ์นั้นก็ผ่านมาแล้ว“อย่าเอาอดีตเป็นเครื่องทำลายปัจจุบัน และหยุดอนาคตของตัวเอง” ก็พอแล้ว มาคิดใหม่ทำใหม่ คิดบวก คิดในแง่ดี เราก็จะกลายเป็นคนใหม่อย่างง่ายดาย

อีกอย่างที่สำคัญก็คือ การคิดบวก คือการไม่ตั้งความหวังกับสิ่งต่างๆ และการไม่รู้สึกผิดหวังต่อสิ่งรอบตัว เราตั้งเป้าหมายได้ แต่อย่าคาดหวัง เพราะเมื่อไหร่ที่เราคาดหวัง แปลว่าเราเริ่มที่จะไม่คิดบวก เพราะคิดบวกก็คือ อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิด เพราะคิดบวกก็คือ เมื่ออะไรมันเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องดำเนินไปอย่างที่มันเกิดขึ้นแล้ว และสุดท้าย การคิดบวก ไม่ได้แปลว่า การมองโลกในแง่ดีแต่เพียงอย่างเดียว ต้องมองอย่างมีเหตุมีผล และสมเหตุสมผลด้วย

Download Template Joomla 3.0 free theme.