Deutschland online bookmaker http://artbetting.de/bet365/ 100% Bonus.

LO กับ KM ด้วยกระบวนการจิตใต้สำนึก

จากหนังสือพลังจิตบำบัด อัศจรรย์จิตใต้สำนึก

กิจการมากมายมีปัญหาเรื่องคนคล้ายๆกัน คือ ทำอย่างไรให้รักงาน รักบริษัท มีจุดร่วมและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในการสร้างบริษัทให้เจริญเติบโตไปพร้อมกัน

หลายคนคิดว่าให้เงินเยอะๆ สวัสดิการมากๆ นั่นเป็นองค์ประกอบที่ดีอย่างหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด  

บางคนบอกว่าการฝึกอบรมเป็นคำตอบคนที่คิดผิวเผินบางคน บอกว่าไม่เห็นจะช่วยอะไรได้ หลายกิจการส่งคนที่ไม่ประสบความสำเร็จอะไรนักในหน้าที่การงานมาอยู่ฝ่ายฝึก อบรม เพราะไม่รู้เอาจริงๆว่าฝ่ายฝึกอบรมมีหน้าที่ทำอะไรกันแน่

แท้จริงแล้ว งานฝึกอบรมคือห้องครัวที่จะมีหน้าที่นำ พนักงานที่เป็นอาหารสดๆเข้าไปในครัว แล้วปรุงออกมาอย่างที่ต้องการ ถ้าได้กุ๊กไม่เก่ง ทำยังไงอาหารนั้นก็ไม่อร่อย แถมเสียของอีกต่างหาก

อีกอย่างที่คนทั่วไปมักคิดกันก็คืองานฝึกอบรมมีแต่จะใช้ เงิน มองไม่เห็นว่าจะมีผลผลิตอะไรออกมาเป็นรูปธรรม เดี๋ยวนี้มีวิธีคิดคำนวณแล้ว ว่างานฝึกอบรมจะผลิตเงินผลิตทองให้หน่วยงานได้อย่างไร การฝึกอบรมจะสร้างพนักงานที่จะคืนเงินและสร้างผลกำไรให้องค์กรได้อย่างไร

อยากรู้คงต้องส่งคนในฝ่ายฝึกอบรมไปรับการฝึกอบรมแนวใหม่ ที่เขาทำกันอยู่ในโลกตอนนี้ แนวคิด Knowledge Management (KM) กับ Learning Organization (LO)จึงเป็นคำตอบที่ใหม่กว่า และที่ใหม่ที่สุดคือ ต้องมี Sub liminal Approach ลงไปด้วย อย่างที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้

เกิดคำถามที่ว่า จะจัดขบวนการเรียนรู้เป็นพิเศษอย่างไร ให้พนักงานเกิดการเรียนรู้ และตระหนักในคุณค่าของตน มีความมุ่งหวังไต่เต้าดิ้นรนเพื่อความเจริญก้าวหน้าของตนเองและกิจการ โดยตั้งเป้าหมายความเจริญของตนเองไปในทิศทางเดียวกับความเจริญของกิจการ

            กระบวนการสื่อสารกับจิตใต้สำนึกเพื่อเปลี่ยนแปลงและเพิ่มพูนศักยภาพเจตคติจึงถูกกำหนดขึ้น เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

            1. Howard Gardner  เป็นนักจิตวิทยาและอาจารย์ในมหาวิทยาลัย Harvard คณะศึกษาศาสตร์สหรัฐอมเริกา เขาเสนอสิ่งท้าทายความคิดดั้งเดิมทางการศึกษา คือ เขาเชื่อว่า ความฉลาดของมนุษย์สร้างกันได้ ไม่ใช่เป็นแต่กำเนิด อยู่ที่การให้การศึกษาที่เหมาะสม รูปแบบและประเภทของสื่อ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่รับการเรียนรู้มีแนวโน้มไปในทิศทางของรูปแบบและประเภทของ สื่อการศึกษา 

ระบบการศึกษาแต่เดิมขึ้นอยู่กับมาตรฐานที่ถูกกำหนดกันในระดับชาติ และข้อสอบวิจัยวัดเชาว์นั้นก็ถูกจัดทำขึ้นเพียงชุดเดียวเป็นมาตรฐานใช้ทดสอบ ทั่วประเทศ ซึ่งเรียกกันว่าข้อสอบวัดไอคิว ซึ่งข้อสอบวัดไอคิวนี้ถูกใช้เหมือนเครื่องมือในการตั้งมาตรฐานของนักเรียน หากใครไม่สามารถทำข้อสอบดังกล่าวได้ในคะแนนที่เหมาะสม จะถูกกล่าวหาว่ามีไอคิวต่ำ และอาจถูกส่งไปเรียนในโรงเรียนสำหรับผู้ทุพลภาพทางสมอง

แต่เดิมนั้น การตรวจสอบความฉลาดหรือเชาว์ปัญญา นักการศึกษา นักวิจัย และพ่อแม่ผู้ปกครองรุ่นเก่าเชื่อว่า สามารถวัดได้ด้วยข้อสอบ ทฤษฎี MI ได้ถูกนำมาใช้และเป็นแนวทางที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา นี้เอง

เขากล่าวว่า ความฉลาดคือ

1.      ความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อวัฒนธรรมหรือชุมชนของบุคคลนั้นๆ

2.      ความสามารถในการในทักษะมาแก้ปัญหาต่างๆได้

3.      ความสามารถในการเชื่อมโยง ค้นหาและสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ๆในการแก้ปัญหา

Gardnerเชื่อว่า วิธีการให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ จะสร้างเสริมศักยภาพของผู้รับการเรียนรู้แตกต่างกันไป คือ

1.      Spatial Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วย ภาพ  กราฟ ชาร์ท วีดีโอ ฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางวิศวกรรม สถาปนิก นักสำรวจ ฯลฯ

2.      Linguistic Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้คำ พูด โคลง ฉันท์  ฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางนักหนังสือพิมพ์  ครู กฎหมาย นักแปล ฯลฯ

3.      Logical/ Mathematical Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตรรกะฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางนักค้นคว้า วิเคราะห์ นักคณิตศาสตร์ ฯลฯ

4.      Bodily/ Kinesthetic Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเคลื่อนไหวฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางกีฬา สันทนาการ การแสดง ฯลฯ

5.      Musical Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยดนตรี ฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางดนตรี การร้องเพลง นักประพันธ์ ฯลฯ

6.      Interpersonal Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ ด้วยการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนนักเรียน ฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางการสื่อสาร  นักการเมือง นักธุรกิจ ฯลฯ

7.      Intrapersonal Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ ด้วยการเรียนรู้จิตใจของตนเอง ฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางปรัชญา นักทฤษฎี นักวิจัย  ฯลฯ

8.      Natural Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยธรรมชาติ พืช สัตว์ ฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางธรรมชาติ ชีววิทยา ฯลฯ

9.      Existential Learning การทำให้เกิดการเรียนรู้ด้วยการเรียนรู้และตอบคำถามเกี่ยวกับมนุษย์และการดำรงอยู่(Existential Intelligence) ฯลฯ จะเพิ่มพูนและปลูกฝังนักเรียนให้มีความสามารถทางจิตวิญญาณ เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับชีวิต ความหมายของชีวิต การดำรงอยู่และความตาย ฯลฯ

การเรียนรู้ตามทฤษฎีMI นอกจากการจัดสื่อที่เหมาะสมแล้ว สภาพบรรยากาศในการเรียนรู้ก็มีส่วนสำคัญยิ่งในการเพิ่มพูนศักยภาพของผู้ เรียนรู้ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเจตคติและการเรียนรู้ที่จะนำความรู้นั้นไปใช้แก้ปัญหา ได้อย่างเหมาะสม

Howard Gardner  นำเสนอแนวคิดที่ท้าทายความคิดดั้งเดิมทางการศึกษา คือ เขาเชื่อว่า ความฉลาดของมนุษย์สร้างกันได้ ไม่ใช่เป็นแต่กำเนิด อยู่ที่การให้การศึกษาที่เหมาะสม รูปแบบและประเภทของสื่อ ซึ่งจะทำให้ผู้ที่รับการเรียนรู้มีแนวโน้มไปในทิศทางของรูปแบบและประเภทของ สื่อการศึกษา 

จึงเกิดคำถามที่ว่า ทำอย่างไรจึงเกิดการเรียนรู้ในเรื่องของ Intrapersonal Intelligenceและ Existential Intelligence  ผมจึงเชื่อมโยงแนวคิดดังกล่าวกับเรื่องของความรู้จากระดับจิตใต้สำนึก (Tacit Knowledge)ในกระบวนการฝังรากความรู้ในระดับสมาธิจิตกลับเข้าไปเป็นความรู้จากระดับจิตใต้สำนึก(Internalization) โดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยคลื่นสมองต่ำที่เคยพูดถึงแล้วในบทก่อนๆ วิธีการนี้จะเป็นสะพาน เชื่อมแนวคิดดังกล่าวให้สามารถปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทฤษฎีการเรียนรู้ด้วยคลื่นสมองต่ำ

-          คลื่นเบต้า  มีความถี่ของคลื่นสมองอยู่ระหว่าง 13-40  รอบต่อวินาที  เป็นลักษณะของคลื่นสมองของคนที่มีความเครียดสูง  ในสภาวะนี้คนเราจะรับรู้ และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ช้า

-          คลื่นอัลฟา  มีความถี่ของคลื่นในสมองอยู่ระหว่าง  8-13  รอบต่อวินาที  เป็นลักษณะของคลื่นสมองของคนที่มีจิตใจสงบ อารมณ์ดี  ในสภาวะนี้คนเราจะมีความจำดี  สามารถรับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้รวดเร็ว

            หากมีการวิจัยความรู้เกี่ยวกับจิตใต้สำนึกและ วิธีการเข้าถึงอย่างกว้างขวางกว่านี้ จะนำไปสู่ทางลัดในการเรียนรู้และทางลัดในการเพิ่มพูนศักยภาพส่วนบุคคลแบบ องค์รวม เมื่อการเรียนรู้เป็นปัจจัยหนึ่งของการเพิ่มพูนศักยภาพของบุคคล

            ทุกองค์กรต้องการ Knowledge Champions กล่าว คือ องค์กรต้องการบุคลากรที่ 1. เป็นผู้นำในการเรียนรู้ภายในองค์กร 2. เป็นผู้ให้คำแนะนำปรึกษาแก่เพื่อนร่วมงานในกระบวนการเรียนรู้ 3. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง 4. พัฒนาความเชี่ยวชาญพิเศษเกี่ยวกับการนำความรู้ไปใช้ในองค์กร 5. เป็นตัวประสานระหว่าางผู้ปฏิบัติงานและฝ่ายจัดการ 6. เป็นผู้สร้างสรรค์ความรู้ในองค์กร

จึงต้องตั้งคำถามว่าลักษณะบุคลิกภาพบุคลที่ต้องการนี้ มีอยู่จริงหรือไม่ หรือมีอยู่เฉพาะในอุดมคติ และกาสร้างบุคลดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ 

พีอาร์ ซาร์การ์ นักปราชญ์  นักจิตวิทยา และนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ชาวตะวันออกผู้ก่อตั้งแนวคิดมนุษย์นิยมแนวใหม่  หรือแนวคิดนีโอฮิวแมนสิสขึ้น  พีอาร์ ซาร์การ์  มองมนุษย์ด้วยสายตาที่คล้ายกับ มาสโลว์  และโรเจอร์ส ว่ามนุษย์มีศักยภาพแฝงเร้นที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ในตัวด้วยกันทุกคน  มนุษย์จึงมีความสำคัญ มีคุณค่าเหนือสิ่งใดๆ  ทั้งสิ้น  พื้นฐานจิตใจมนุษย์นั้นมีความดีงาน มีคุณค่า ใฝ่รู้ มีความต้องการภายในที่จะพัฒนาตัวเองไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ดังนั้น แนวคิดของซาร์การ์การศึกษาจึงมีหน้าที่ที่จะต้อง ช่วยพัฒนาศักยภาพแฝงเร้นที่มีอยู่ในตัวคนเราแต่ละคนออกมาให้ได้สูงที่สุด การที่คนเรามีปัญหา เกิดความเฉื่อยชา  ไม่อยากที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ไม่มีความสุขและทำสิ่งที่ไม่ดีต่างๆ  เนื่องมาจากข้อมูลจากสภาพแวดล้อมและการอบรมสั่งสอนที่ไม่ถูกต้องที่ถูก บันทึกไว้ในจิตใต้สำนึกของคนๆ นั้นนั่นเอง

พีอาร์ ซาร์การ์ ได้อธิบายโครงสร้างทางจิตของคนเราไว้แตกต่างจากนักจิตวิทยาตะวันตกเป็นอย่าง มาก โครงสร้างทางจิตของคนเราตามแนวความคิดของ พีอาร์ ซาร์การ์  ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ1.  จิตสำนึก  ซึ่งประกอบไปด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า มีหน้าที่รับรู้ นึกคิดและสั่งการ 2.

จิตใต้สำนึก  มีหน้าที่บันทึกข้อมูลต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาทางประสาทสัมผัสทั้งห้า

3 จิตเหนือสำนึก  ซึ่งเป็นแหล่งความคิดสร้างสรรค์ การหยั่งรู้เอง ความรัก ความเมตตา และความสุขที่ยิ่งใหญ่ของมนุษย์ 

จิตเหนือสำนึกของมนุษย์จะทำงานเมื่อคนเราอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายอย่างล้ำลึก หรือ คลื่นสมองต่ำนั่นเอง การศึกษาที่ถูกต้องจะต้องมีหน้าที่พัฒนาคนให้ สมบูรณ์ในทุกๆ ด้าน(Holistic Education) คือทั้งด้านร่างกาย จิตสำนึก จิตใต้สำนึก  และจิตเหนือสำนึก  มิใช่เป็นแค่ขบวนการถ่ายทอดเนื้อหาวิชาการจากผู้สอน

ไปสู่ผู้เรียนเพียงอย่างเดียวเป้าหมายสูงสุดของการศึกษา ในทัศนะของ พีอาร์ ซาร์การ์ จะต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้กลายเป็นคนที่ ฉลาด เก่ง  และมีความสุข การจัดการศึกษาจะต้องเป้นไปแบบมีผู้เรียนเป็นศูนย์กลางดังที่กล่าวไปตั้งแต่ ตอนต้นแล้ว  และมีลักษณะที่สำคัญอีกบางประการที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้

การสร้างบรรยากาศให้คลื่นสมองต่ำ

            นักจิตวิทยาการศึกษาในปัจจุบันได้ยอมรับแล้ว ว่า อารมณ์ และความรู้สึกของคนเรามีผลต่อการเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง  คนเราจะมีการเรียนรู้สิ่งต่างๆ  ได้สูงสุดเมื่อจิตใจอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายที่สุด  ปราศจากความตึงเครียด  และปราศจากความวิตกกังวล ดังที่นักจิตวิทยานีโอฮิวแมนนิสผู้มีชื่อเสียงได้กล่าวไว้ว่า  ” คนเราจะเกิดการเรียนรู้ และใช้ศักยภาพของตัวเองได้สูงที่สุดเมื่อสบายใจและมีความสุข ซึ่งเราอาจจะเรียกสภาวะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดนี่ว่า “สภาวะคลื่นสมองต่ำ” 

นักศึกษาในประเทศบังกาเรียได้มีการพัฒนาการเรียนการสอนแบบ ใหม่ที่เรียกว่า   Suggestopedia  โดยให้นักเรียนนั่งอย่างสบายที่สุด และทำจิตใจให้สบายจากากรฟังเพลงคลาสสิคเบาๆ  และวิธีที่ผู้สอนจะค่อยๆ แนะนำ ภายใต้บรรยากาศอันรื่นรมณ์ และเสียงเพลงเบาๆ ผู้สอนจะค่อยๆ บรรยายถึงเรื่องวิชาการต่างๆ  ในอารมณ์ที่เคลิบเคลิ้มนี้ นักเรียนจะสามารถจดจำสิ่งต่างๆ  ที่ครูสอนได้อย่างง่ายดาย ผลปรากฏว่านักเรียนที่ใช้วิธีการเรียนรู้แบบ Superlearning นี้สามารถเรียนรู้บทเรียนจากหลักสูตร 1 ปี ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน

            สมองของมนุษย์นี้ประกอบด้วยเซลล์ประสาทนับล้านๆ เซลล์  เซลล์เหล่านี้จะก่อให้เกิดกระแสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  ซึ่งอาจเรียกได้ว่าคลื่นสมอง ซึ่งคลื่นที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะแปรผันตามสภาวะจิตใจของคนเรา

เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้นำเครื่องวัดกระแสคลื่นของสมอง(EEG) มาต่อกับศีรษะของมนุษย์เครื่องมือนี้จะแสดงให้เห็นกระแสคลื่นของสมองออกมา

นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับคลื่นสมองของ มนุษย์ได้ค้นพบว่ามีปัจจัยหลายๆ ประการที่มีอิทธิพลต่อคลื่นสมองของคนเรา เช่น เสียงเพลง คนรอบข้าง อาหารที่รับประทาน การออกกำลังกาย คำพูด การฝึกโยคะและการทำสมาธิ

ดังนั้นผู้เรียนที่ถูกจัดให้เกิดการเรียนรู้ในบรรยากาศ ที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดสภาวะคลื่นสมองต่ำ เช่น  ได้เรียนจากผู้สอนที่อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม และเป็นมิตร  ได้รับประทานอาหารที่เป็นธรรมชาติ (ลดอาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่ๆ และอาหารรสจัด)  ได้ออกกำลังกายอยู่เสมอ ได้รับการยกย่องชมเชยที่เหมาะสม ได้ฝึกโยคะและทำสมาธิ ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆ ในขณะที่ผู้สอนเปิดเพลงเบาๆ  ที่จะทำให้คลื่นสมองต่ำจะเรียนรู้ข้อมูลในเรื่องต่างๆ  ได้อย่างรวดเร็ว

Download Template Joomla 3.0 free theme.